มารู้จัก เต่ายักษ์ซูคาต้า ความแบ๊วตะมุตะมิที่ชวนหลงใหล และ ปลาสวยงาม

มารู้จัก เต่ายักษ์ซูคาต้า ความแบ๊วตะมุตะมิที่ชวนหลงใหล และ ปลาสวยงาม ”ซูคาต้า” เป็นเต่าบกหน้าตาน่ารักตะมุตะมิ เมื่อตัวของมันโตขึ้นตามวัย ความตะมุตะมิก็จะใหญ่ขึ้นไปตามกัน• ข้อมูลเตรียมความพร้อมก่อนเลี้ยงฉบับง่าย อ่านจบไปซื้อมาเลี้ยงได้ทันที!

• หน้าตาคล้ายเต่าจากภาพยนตร์เรื่อง “กาเมร่า เต่ายักษ์พิทักษ์โลก” ใครเคยดูคงต้องร้องอ๋อ~

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักเต่าสายพันธุ์หนึ่งที่ชื่อว่า “ซูคาต้า” เป็นเต่าบกหน้าตาน่ารักตะมุตะมิ แต่พอตัวของมันโตขึ้นความตะมุตะมิก็จะใหญ่ยักษ์ตามขึ้นไปด้วย (หน้าตาแอบคล้ายกาเมร่า ใครเคยดูคงจะร้องอ๋อ~) ซึ่งมีหลายคนสนใจอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าเจ้าเต่าตัวนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลยดีกว่า

เจ้าเต่าซูคาต้าเป็นสัตว์ที่ดูแลง่ายและไม่ยุ่งยาก แถมยังเป็นเต่าบกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกเลยเชียวล่ะ มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศเซเนกัล ซูดาน เอธิโอเปีย กระดองจะมีสีน้ำตาลไปจนถึงสีเหลืองทอง มีขาที่แข็งแรง กินเก่ง เดินเก่ง เชื่อง แถมยังมีความกระตือรือร้นตลอดเวลาอีกต่างหาก เมื่อโตเต็มวัยจะมีขนาดใหญ่ได้ถึง 36 นิ้ว และหนักกว่า 100 กิโลกรัม แถมมันยังมีอายุที่ยืนยาวกว่า 70 ปี เพราะฉะนั้นก่อนที่เพื่อนๆ คิดที่จะเลี้ยงเจ้าเต่าซูคาต้า ควรสำรวจและถามตัวเองก่อนว่าเรานั้นพร้อมหรือไม่ และควรมีเวลาว่างเพื่อดูแลเขาอย่างเต็มที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ถือเป็นการเตรียมความพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเข้ามาร่วมชายคาบ้านกับเรา

ซึ่งซูคาต้านั้นเป็นเต่าที่เจริญเติบโตเร็ว เมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้นจะเป็นที่ต้องการของผู้ที่สนใจเลี้ยงมากยิ่งขึ้น เจ้าเต่าซูคาต้าเป็นเต่าที่ค่อนข้างแข็งแรง อดทน และไม่ค่อยแสดงอาการเมื่อเกิดอาการป่วย ซึ่งถ้าเขานั้นเริ่มแสดงอาการให้เราได้เห็นแบบชัดเจนเมื่อไร นั่นหมายถึงว่าเจ้าเต่าค่อนข้างมีอาการหนัก เราต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์เฉพาะทางที่ศึกษาเกี่ยวกับทางด้าน Exotic Pet โดยตรง แต่สัตวแพทย์เฉพาะทางแบบนี้มักมีจำนวนไม่มาก และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ค่อนข้างสูงพอสมควรค่ะ ทั้งนี้เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของเราได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง และมีสุขภาพที่ดี เราก็ต้องดูแลเอาใจใส่เจ้าเต่าของเราอยู่บ่อยๆ ดีกว่ามันเจ็บป่วยแล้วมาตามดูแลทีหลังนะคะ

สถานที่เลี้ยงซูคาต้า

ในส่วนของสถานที่เลี้ยงเองก็เป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งค่ะ เพื่อนๆ ควรมีพื้นที่ที่มีบริเวณกว้างพอสมควร เพื่อให้เจ้าซูคาต้าได้เดินอย่างสบายใจ มีความสุข ปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด อยากให้เลือกเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส แต่ไม่ใช่ปล่อยให้เขาเดินอยู่ในที่ร้อนๆ กลางแจ้งไปซะอย่างนั้นนะคะ ควรเลือกให้เป็นพื้นที่ที่พอมีร่มไม้ และมีแดดพอส่องถึง เหตุเพราะวันที่มีอากาศเย็นเจ้าเต่าจะได้เรียนรู้การออกมาตากแดดเอง

ตำแหน่งและวัสดุที่จะทำที่หลบควรพิจารณาอย่างดีเช่นกัน หากบางท่านไม่มีพื้นที่กว้างนัก แนะนำให้เลี้ยงในกระบะ หรือในตะกร้าก็ได้ค่ะ แต่วิธีการเลี้ยงก็จะมีอยู่สองแบบด้วยกันคือ แบบ indoor หรือการเลี้ยงแบบปิด ซึ่งหากเลี้ยงแบบนี้เราสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ง่ายทั้ง อาหาร ความชื้น และความร้อน

ส่วนแบบที่สองคือ แบบ outdoor หรือ การเลี้ยงแบบเปิด ในกรณีการเลี้ยงแบบนี้อาจต้องเป็นเต่าที่โตแล้วสักหน่อย เพราะหากเราเลี้ยงตอนยังเป็นลูกเต่าในพื้นที่เปิด เจ้าเต่าเบบี๋ที่โดนแดดแรงหรือตากแดดนานเกินไปอาจจะสุกตายได้ภายในหนึ่งชั่วโมงค่ะ แถมเสี่ยงติดเชื้อโรคจากปรสิต และโปรโตซัวที่อยู่ในดิน ซึ่งก่อให้เกิดโรคได้ เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ควรเลี้ยงเจ้าเต่าน้อยให้มีอายุถึง 1-2 ปี ในการเลี้ยงแบบปิดไปก่อน เพื่อให้เรามั่นใจว่าเขาสามารถที่จะออกไปสู่พื้นที่เลี้ยงแบบเปิดได้

อาหารเจ้าซูคาต้า

แนะนำว่าเก็บผักหรือหญ้าจากธรรมชาติให้กินจะดีกว่า เพราะจะได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ควรหาชนิดผักที่มีไฟเบอร์และแคลเซียมสูงมาให้เขากิน แต่อาหารที่มีแคลเซียมสูงนั้นก้ไม่ควรให้ในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจจะเกิดเป็นก้อนนิ่วสะสม และไปอุดตันที่ลำไส้ได้นั่นเองค่ะ ซึ่งวิธีการละลายสารอาหารที่เป็นแคลเซียมก็คือ การให้ผักที่มีโปรตีนมาทดแทนในส่วนที่เป็นแคลเซียม เพราะโปรตีนจะเข้าไปละลายแคลเซียมส่วนที่เหลือ เต่าจะขับออกมาทางปัสสาวะเป็นสีขาวขุ่น หรือมีตะกอนสีขาวปนออกมาพร้อมกัน โดยส่วนใหญ่อาหารของเจ้าเต่าซูคาต้านั้นก็จะมี ต้นกระเพชร ว่านหางจระเข้ เป็นต้น

หากเพื่อนๆ คนไหนสนใจ และเริ่มตกหลุมรักเจ้าเต่าซูคาต้านี้แล้วล่ะก็ อย่าลืมศึกษาและหาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจรับเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนะคะ เพราะถึงแม้ว่าเจ้าเต่าจะเป็นสัตว์ที่เชื่องและเลี้ยงง่าย มันก็ยังต้องการความดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

credit https://www.petcitiz.info/